TSUNAMI  MEMORIAL  DIVE  SITE (ชั่วคราว)
อนุสรณ์สึนามิใต้น้ำ (ชั่วคราว)  7-9 เม.ย.2548  โดย พันเอกสุชาต จันทรวงศ์






















 

 
           
วันที่ 6 เม.ย.2548 พวกเรา 21 คนออกเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบินสายการบินไทย บินตรงสู่สนามบินภูเก็ต  เพื่อปฏิบัติงานการค้นหา เก็บกู้ซากเรือจม และสิ่งกีดขวางใต้น้ำ ครั้งที่ 4   ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะปิดโครงการ  ณ บริเวณอ่าวต้นไทร เกาะพีพี ระหว่างวันที่ 7-9 เม.ย.2548 โดยในครั้งนี้พวกเราใช้เรือม้าน้ำ (Sea  Horse) เพียงลำเดียวเป็นฐานปฏิบัติการดำน้ำ  กินและนอน

 

         ภารกิจสำคัญในครั้งนี้ นอกเหนือจากการค้นหา เก็บกู้ซากเรือ และสิ่งกีดขวางใต้น้ำแล้ว ท่านวันชัย ศารทุลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้มอบให้เป็นนโยบายสำคัญมาก  คือ  ให้พวกเราช่วยกันสำรวจสถานที่ที่จะสร้างอนุสรณ์สึนามิใต้น้ำ  เพื่อเป็นการรำลึกถึง เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัย คลื่นยักษ์สึนามิถล่มอันดามัน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2547 ที่ผ่านมา  โดยมุ่งหวังเพื่อสร้างเป็นแหล่งดำน้ำลึกแหล่งใหม่   โดยงานนี้พวกเราได้รับมอบหมายให้มาดำเนินการสำรวจลักษณะภูมิประเทศที่เหมาะสม พื้นท้องน้ำ กระแสน้ำ ความลึก ทัศนวิสัย  แนวปะการัง สภาพสิ่งแวดล้อมต่างๆ โดยรอบ และปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์วิทยา ฯลฯ  แล้วกลับไปรายงาน เพื่อเตรียมวางแผนการดำเนินการต่อไป

 

      พอมาถึงพวกเราเห็นบ้านจำลองอยู่หนึ่งหลังบนเรือของกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี  ก็พาถามเจ้าหน้าที่ของกรมขนส่งฯ  ด้วยความซื่อว่า เตรียมบ้านจำลองหลังนี้มาทำไม เจ้าหน้าที่ของกรมขนส่งฯ ตอบพวกเราว่า นี่แหละที่พวกเรานักดำน้ำทั้งหลายต้องนำมันลงไปเพื่อสร้างอนุสรณ์สึนามินั่นเอง  โดยให้พวกเราหาสถานที่ที่เหมาะสมเอาเอง ....บ้านหลังนี้ ท่านวิชัย คำคง...หัวหน้าสำนักงานขนส่งภาค 5 สาขากระบี่ เป็นผู้สร้าง โดยสร้างขึ้นมาจากเศษซากไม้ต่างๆ ที่พวกเราเก็บกู้ขึ้นมาได้จากครั้งก่อน ดำเนินการสร้างและประกอบโดยนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ใช้เวลาสร้าง 2 วัน....บ้านหลังนี้ถือเป็นการเริ่มต้นก้าวแรกของ     TSUNAMI  MEMORIAL  DIVE  SITE....หากพวกเราสามารถนำมันลงไปได้....

 

 

วันแรก (7 เม.ย.2548)

       ในช่วงบ่ายของวันแรก (7 เม.ย.2548)  พวกเราได้ดำเนินการสำรวจสถานที่ที่เหมาะสมได้แห่งหนึ่ง คือบริเวณหัวเกาะอ่าวต้นไทร พื้นท้องน้ำมีลักษณะเป็นพื้นทราย กว้างพอที่จะเอาบ้านจำลองหลังนี้ ลงไปวางได้อย่างสบาย  ความลึกประมาณ 20 เมตร กระแสน้ำโดยทั่วไปไม่แรงมากนัก แต่จะแรงมากในขณะมีการเปลี่ยนกระแสน้ำระหว่างน้ำขึ้นและน้ำลง มีแนวปะการังที่สวยงามมาก โดยเฉพาะปะการังเขากวาง มีลักษณะเป็น Slope  ขึ้นไปสู่แนวเกาะ เริ่มตั้งแต่ความลึก 15 เมตรจนถึงชายหาดทรายขาวริมเกาะ ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้เป็นแหล่งดำน้ำลึกเดิมอยู่แล้ว
 

       หลังจากได้พื้นที่เรียบร้อย  พวกเราเริ่มระดมสมองประชุมวางแผนกัน และคิดกันหนัก ว่าจะเอาบ้านหลังนี้ลงไปวางในตำแหน่งที่เราตั้งใจได้อย่างไร  เนื่องจากเรือ ส.2 ที่จะทำการยกบ้านหลังนี้ลงไม่สามารถแล่นเข้าไปทอดสมอถึงตำแหน่งที่พวกเราต้องการได้  เนื่องจากอาจเกิดอันตรายเพราะมรกระแสน้ำและใกล้เกาะเกินไป เราประชุมวางแผนกันว่าจะให้เรือเข้าทอดสมอให้ใกล้ที่สุด  แล้วให้หย่อนบ้านหลังนี้ลงไปใต้น้ำไม่ให้ถึงพื้น  หลังจากนั้นพวกเราจะเอาถังพลาสติก 30 ลิตรเติมอากาศไปผูกเป็นทุ่นทั้งสี่ด้านๆละ 5 ใบ  เพื่อพยุงบ้านหลังนี้ให้ลอยอยู่กลางน้ำ  แล้วพวกเราจะช่วยกันดึงและลากเข้าไปยังสถานที่ที่จะวาง  เมื่อถึงก็จะค่อยๆ ตัดถังพลาสติกทีละใบ ค่อยๆ ปล่อยให้บ้านจมลงไปอยู่ที่พื้นทรายตามตำแหน่งที่ตั้งใจไว้
 

        พวกเราเริ่มดำเนินกันตามแผน  ผิดคาดถนัด !   พวกเราวางแผนกันผิด  บ้านหลังดังกล่าวไม่จมน้ำ ทำอย่างไรก็ไม่จม  เราจึงใช้เรือยางเจ้าท่า 142  ลากไปยังตำแหน่งที่กำหนดไว้ ปลดถังพลาสติก 30 ลิตร(ซึ่งไม่มีประโยชน์เลย) ออกทั้งหมด  ทำอย่างไรก็ไม่จม บ้านลอยอยู่ปริ่มน้ำ พวกเราผูกเชือกระหว่างตัวบ้านและหินใต้น้ำซึ่งเป็นที่ผูกทุ่นเก่าอยู่แล้ว เพื่อป้องกันตัวบ้านลอยตามกระแสน้ำไป แล้วแบ่งนักดำน้ำส่วนหนึ่งลงไปช่วยกันชักคะเย่อเพื่อดึงลงไปใต้น้ำ....อีกส่วนหนึ่งพยายามขึ้นไปยืนเหยียบบนหลังคา....แต่ไม่มีผลใดๆ บ้านคงลอยอยู่เหมือนเดิม.... หมดปัญญา จนกระทั่งเกือบหกโมงเย็น แสงอาทิตย์เริ่มจางหายไป..ความมืดเริ่มมาแทนที่...พวกเราจึงตัดสินใจปล่อยบ้านหลังนี้ลอยไว้ก่อน....พรุ่งนี้ค่อยมาหาวิธีเอาลงไปใต้น้ำใหม่.....วันนี้.....หมดปัญญา

 

 

 

วันสอง (8 เม.ย.2548)\

 

          วันนี้ พวกเรามั่นใจเต็มที่ที่จะเอาบ้านลงไปใต้น้ำให้ได้ โดยพวกเราวางแผนที่จะเอาทรายใส่ถุงปุ๋ยประมาณสัก 20 ลูกไปผูกติดกับตัวบ้าน เพื่อทำการถ่วงบ้านลงไปใต้น้ำ  โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของกรมขนส่งฯ ไปดำเนินการจัดหามา........หลังจากจัดเตรียมถุงทรายเรียบร้อย.. ..เวลาก็ผ่านไปเกือบสี่โมงเช้า พวกเราแบ่งนักดำน้ำส่วนหนึ่งไปทำหน้าที่ผูกถุงทรายเพื่อถ่วงบ้านลงไปใต้น้ำ โดยเน้นให้ระมัดระวังการจมอย่าให้เร็วเกินไป ซึ่งอาจจะทำให้ตัวบ้านเกิดการชำรุดเสียหายได้...ส่วนที่เหลือปฏิบัติหน้าที่หลัก คือค้นหา เก็บกู้ สิ่งกีดขวางใต้น้ำ.....

 

           กว่าจะปล้ำกันเอาบ้านลงไปใต้น้ำได้ต้องใช้เวลากว่าสองชั่วโมง....กระแสน้ำเริ่มแรงมาก.....ถุงทรายจำนวน 20 ลูกไม่เพียงพอที่จะถ่วงให้บ้านตั้งอยู่บนพื้นทรายได้อย่างนิ่งสนิท ยังคงเยิบยาบไปตามแรงของกระแสน้ำ.....บ้านยังตั้งอยู่บนพื้นทรายที่มีความลาดชัน ตะม่อสองต้นอยู่บนพื้นทรายแล้ว แต่อีกสองต้นยังลอยอยู่ พวกเราพยายามที่จะขุดทรายด้านตะม่อที่ติดพื้นแล้วออก  เพื่อให้ตะม่ออีกด้านที่ลอยอยู่ลดระดับลงมา..ไม่สำเร็จ...จึงเปลี่ยนวิธีเป็นการเสริมตะม่อด้านที่ลอยอยู่ด้วยถุงทรายที่ยังพอมีเหลือไว้ก่อน....พวกเราต้องนำเชือกลงไปอีกหลายเส้น เพื่อผูกยึดตรึงตัวบ้านไว้กับหินใต้น้ำ......ไม่อย่างนั้นบ้านอาจจะลอยหายไปตามกระแสน้ำก็ได้ .......

 

             จริงๆ ตามแผนที่เราวางไว้ในช่วงบ่ายหลังจากบ้านจมไปใต้น้ำแล้ว.....พวกเราจะเอาเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่เก็บกู้ขึ้นมาได้จากก้นอ่าวต้นไทร ไปทำการประดับและตกแต่งบ้าน เช่น ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า  เครื่องเล่นวิทยุ  วีซีดี เป็นต้น.....แต่แผนผิดหมด... เพราะบ้านก็ยังไม่มั่นคงแข็งแรง ประกอบกับช่วงบ่ายกระแสน้ำในบริเวณนั้นมีความแรงมาก......

 

         วันนี้พวกเราคืบหน้าไปอีกก้าวหนึ่ง......สามารถนำบ้านลงไปใต้น้ำได้สำเร็จ......อย่างทุลักทุเล..........พรุ่งนี้คงต้องหาทางเสริมความแข็งแรงกันต่อไป.......

 

 

 

วันสุดท้าย (9 เม.ย.2548)
ภารกิจ  TSUNAMI  MEMORIAL  DIVE  SITE  ขั้นต้นต้องเสร็จ
 

        วันนี้ เราวางแผนกันว่า  ในช่วงเช้านักดำน้ำชุดเดิมจะต้องย้ายบ้านไปอยู่ในตำแหน่งที่กำหนดเนื่องจากเป็นพื้นราบ และนำถุงทรายไปถ่วงบ้านเพิ่มเติมเพื่อความแข็งแรง  และหลังจากนั้น นักดำน้ำทั้งหมด จะช่วยกันนำเฟอร์นิเจอร์ไปประดับที่ตัวบ้าน โดยทั้งหมดจะต้องปฏิบัติตามเวลาที่กำหนด  เพราะดูตารางน้ำแล้ว ใน DIVE ที่ต้องนำเฟอร์นิเจอร์ลงไปประดับจะต้องดำเนินการระหว่างเวลา 11.00-12.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่กระแสน้ำค่อนข้างนิ่ง หากเลยเวลานี้แล้ว กระแสน้ำจะแรงมาก การทำงานจะลำบาก ยิ่งหากเลยไปในช่วงบ่ายแล้ว หมดสิทธิ์ที่จะทำงาน.....พวกเราต้องวางแผนทุกอย่างให้ตรงเวลา....เพื่อประกันความสำเร็จของภารกิจ เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของโครงการ ไม่อย่างนั้นแล้วไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกเมื่อใด......
 

       ทุกอย่างดำเนินการไปตามแผน เราสามารถย้ายบ้านไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้ และเสริมถุงทรายจนบ้านมีความแข็งแรงมาก คิดว่าสามารถผ่านห้วงมรสุมที่พัดเข้าสู่อันดามันตามฤดูกาลข้างหน้าอีก 6 เดือนไปได้อย่างแน่นอน....หลังจากมรสุมแล้วค่อยมาว่ากันใหม่....


         DIVE สุดท้ายเรียกว่า "DIVE ประดับเฟอร์นิเจอร์" นี้  นักดำน้ำแต่ละคนได้ไป Shopping  บริเวณเรือเก็บขยะ แล้วเลือกเฟอร์นิเจอร์กันมาคนละชิ้นสองชิ้น เพื่อจะนำไปประดับบ้านให้แลดูสมจริงสมจังมากขึ้น อาทิเช่น ทีวี พัดลม วิทยุเทปซีดี ลำโพง โคมไฟ เตารีด หุ่นโชว์เสื้อผ้า เป็นต้น ทุกคนต่างหมายมั่นปั้นมือที่จะนำลงไปประดับกันให้ได้ 
 

         ปรากฏว่าการวางแผนใน DIVE  นี้ผิดพลาด เราเลยเวลา 11.00 น.ตามกำหนดมากว่าครึ่งชั่วโมง  กระแสน้ำเริ่มแรง ทุกคนพยายามนำเฟอร์นิเจอร์ที่เตรียมไว้ลงไปตามสายทุ่น  บางคนก็หลุดหายไประหว่างทาง เนื่องจากกระแสน้ำแรงมาก หาตำแหน่งบ้านไม่พบ... ....ตัวพวกเราทุกคนปลิวขนานไปตามแรงกระแสน้ำ ต้องใช้มือข้างหนึ่งหรือสองข้าง เกาะตัวบ้านเอาไว้ในระหว่างทำงาน.....เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นพวกเราทำการยึดตรึงอย่างแน่นหนา.....เมื่อเสร็จเรียบร้อย...พวกเราทั้งหมดมานั่งถ่ายภาพหน้าบ้านอย่างสบายอกสบายใจ....ก่อนขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อรับประทานอาหารกลางวันต่อไป....  

 

 

        ท่านผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ท่านสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ และคณะ มาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของพวกเราพอดี   และท่านยังได้ให้เกียรติรับประทานอาหารกับพวกเราบนเรือม้าน้ำด้วย  พวกเราจึงได้ถือโอกาสบรรยายสรุปให้ท่านฟังเกี่ยวกับการปฏิบัติงานค้นหา เก็บกู้ซากเรือจม และสิ่งกีดขวางใต้น้ำในครั้งนี้ และเพิ่มเติมด้วยภารกิจการนำบ้านลงไปเป็นอนุสรณ์สึนามิ.....ซึ่งเป็นไปอย่างทุลักทุเล ใช้เวลาถึงสองวันเศษๆ กว่าจะเรียบร้อย หลังจากบรรยายแล้ว ท่านและคณะได้ให้ข้อเสนอแนะต่างๆ มากมายเพื่อที่จะพัฒนาอนุสรณ์สึนามิใต้ทะเลในครั้งนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป     

    

       การสร้างอนุสรณ์สึนามิใต้น้ำในครั้งนี้ เป็นดำริของท่าน  ท่านวันชัย ศารทุลทัต  ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องการการสานต่อไปให้สำเร็จ องค์ประกอบต่างๆ ที่จะต้องมีการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ  ต้องการสร้างไว้ให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่เป็นพ่อแม่ ญาติสนิทมิตรสหายของผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ได้รำลึกถึง  ซึ่งหากสร้างได้สำเร็จ จะก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ ต่อประเทศไทยของเรา  การสร้างอนุสรณ์ใต้น้ำสึนามิในครั้งนี้นับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

 

เขียนและเรียบเรียงโดย พันเอกสุชาต  จันทรวงศ์

หากมีข้อผิดพลาดประการใด  ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย และหากท่านใดมีข้อแนะนำหรือต้องการส่งข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติม สามารถส่งมาได้ที่    s_rta@hctvtoyou.com