ย้อนอดีตที่สูญเสีย
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 เวลาประมาณ 07.58 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) ได้เกิดแผ่นดินไหวมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณด้านตะวันตกของหัวเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย หรือที่ ละติจูด 3.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 95.7 องศาตะวันออก ลึกลงไปในแผ่นดิน ประมาณ 40 กิโลเมตร มีขนาดความแรงประมาณ 9.0 ตามมาตราริคเตอร์ ซึ่งถือว่าขนาดความแรงเป็นอันดับที่ 5 ของโลกในรอบ 100 ปี ในการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Tsunami (สึนามิ) ถล่มพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ภาคใต้ของประเทศไทย หมู่เกาะอาเจะห์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ศรีลังกา อินเดีย หมู่เกาะมัลดีฟส์ พม่า รวมถึงโซมาเลีย ในทวีปแอฟริกา
พื้นที่ 6 จังหวัดทางภาคใต้ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย ได้แก่ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ประสบความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของคนไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน จำนวนผู้คนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้มีถึง 5,395 คน สูญหาย จำนวน 2,995 คน บาดเจ็บ 8,457 คน (กรมกิจการพลเรือนทหารบก. 2548 : 19) ซึ่งในจำนวนคนเสียชีวิต สามารถแยกแยะเป็นเป็นชาวไทยจำนวน 1,899 คน ชาวต่างชาติ จำนวน 1,953 คน ไม่ทราบสัญชาติ 1,543 คน และอีก 2,874 คน ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นใคร (ไทยนิวยอร์ค. 2549: ออนไลน์) การสูญเสียในครั้งนี้ นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของมวลมนุษยชาติ การช่วยเหลือค้นหาผู้เสียชีวิต ผู้รอดชีวิต การเก็บกู้ซากสิ่งปรักหักพัง และการฟื้นฟู ถูกกระทำกันอย่างเร่งด่วน จากหน่วยงานของภาครัฐ เอกชน องค์กรการกุศล อาสาสมัคร ทั้งกลางวันและกลางคืน
กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่ค้นหา เก็บกู้ซากเรือ และสิ่งกีดขวางใต้น้ำ โดยมีนักดำน้ำอาสาสมัคร เข้ามาช่วยเหลือ การดำเนินการ ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือนหลังเกิดเหตุ ซากสิ่งปรักหักพัง ของเรือท่องเที่ยว บ้านเรือน รีสอร์ต โรงแรม สิ่งอุปโภค บริโภค และทรัพย์สิน เงิน ทอง ของผู้คนที่ประสบภัย ถูกเก็บกู้ขึ้นมาใต้น้ำเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ได้พบเห็นก่อให้เกิดความเศร้าสลดต่อผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากเกิดเหตุการณ์ รัฐบาลไทย ได้ริเริ่มให้มีการจัดสร้างอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สึนามิที่เกิดขึ้น ณ บริเวณ ณ หาดเล็ก อุทยานแห่งชาติ เขาหลัก-ลำรู่ โดยได้ทำการวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานสึนามิ ไปเมื่อ วันที่ 26 ธันวาคม 2548 เวลา 16.45 น. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะประมวลความรู้ความเข้าใจ และบทเรียนจากเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านมา เป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ และเป็นอนุสรณ์สถานเตือนใจให้เราร่วมกันรำลึกถึงผู้สูญเสียในเหตุการณ์ และเป็นเครื่องหมายเตือนใจให้เราดำเนินชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าด้วย ความไม่ประมาท
การจัดสร้างอนุสรณ์สถานสึนามิ ของรัฐบาล ที่กล่าวมา เป็นการจัดสร้างขึ้นบนผืนแผ่นดิน ที่เป็นสถานที่เกิดเหตุ กระทรวงคมนาคม จึงเล็งเห็นว่า นอกจากจะมีอนุสรณ์สถานสึนามิบนบกแล้ว น่าจะมีอนุสรณ์สึนามิ (ใต้น้ำ) อีกแห่งหนึ่ง สำหรับนักดำน้ำ ได้ร่วมรำลึกและไว้อาลัย เนื่องจากในเหตุการณ์ครั้งนั้น มีนักดำน้ำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาท่องเที่ยวดำน้ำในประเทศไทย เสียชีวิตและหายสาบสูญ เป็นจำนวนมาก
พื้นที่ 6 จังหวัดทางภาคใต้ที่อยู่ติดชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย ได้แก่ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ประสบความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของคนไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน จำนวนผู้คนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้มีถึง 5,395 คน สูญหาย จำนวน 2,995 คน บาดเจ็บ 8,457 คน (กรมกิจการพลเรือนทหารบก. 2548 : 19) ซึ่งในจำนวนคนเสียชีวิต สามารถแยกแยะเป็นเป็นชาวไทยจำนวน 1,899 คน ชาวต่างชาติ จำนวน 1,953 คน ไม่ทราบสัญชาติ 1,543 คน และอีก 2,874 คน ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นใคร (ไทยนิวยอร์ค. 2549: ออนไลน์) การสูญเสียในครั้งนี้ นับเป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของมวลมนุษยชาติ การช่วยเหลือค้นหาผู้เสียชีวิต ผู้รอดชีวิต การเก็บกู้ซากสิ่งปรักหักพัง และการฟื้นฟู ถูกกระทำกันอย่างเร่งด่วน จากหน่วยงานของภาครัฐ เอกชน องค์กรการกุศล อาสาสมัคร ทั้งกลางวันและกลางคืน
กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี กระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่ค้นหา เก็บกู้ซากเรือ และสิ่งกีดขวางใต้น้ำ โดยมีนักดำน้ำอาสาสมัคร เข้ามาช่วยเหลือ การดำเนินการ ตลอดระยะเวลากว่า 3 เดือนหลังเกิดเหตุ ซากสิ่งปรักหักพัง ของเรือท่องเที่ยว บ้านเรือน รีสอร์ต โรงแรม สิ่งอุปโภค บริโภค และทรัพย์สิน เงิน ทอง ของผู้คนที่ประสบภัย ถูกเก็บกู้ขึ้นมาใต้น้ำเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ได้พบเห็นก่อให้เกิดความเศร้าสลดต่อผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากเกิดเหตุการณ์ รัฐบาลไทย ได้ริเริ่มให้มีการจัดสร้างอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สึนามิที่เกิดขึ้น ณ บริเวณ ณ หาดเล็ก อุทยานแห่งชาติ เขาหลัก-ลำรู่ โดยได้ทำการวางศิลาฤกษ์อนุสรณ์สถานสึนามิ ไปเมื่อ วันที่ 26 ธันวาคม 2548 เวลา 16.45 น. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะประมวลความรู้ความเข้าใจ และบทเรียนจากเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านมา เป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ และเป็นอนุสรณ์สถานเตือนใจให้เราร่วมกันรำลึกถึงผู้สูญเสียในเหตุการณ์ และเป็นเครื่องหมายเตือนใจให้เราดำเนินชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าด้วย ความไม่ประมาท
การจัดสร้างอนุสรณ์สถานสึนามิ ของรัฐบาล ที่กล่าวมา เป็นการจัดสร้างขึ้นบนผืนแผ่นดิน ที่เป็นสถานที่เกิดเหตุ กระทรวงคมนาคม จึงเล็งเห็นว่า นอกจากจะมีอนุสรณ์สถานสึนามิบนบกแล้ว น่าจะมีอนุสรณ์สึนามิ (ใต้น้ำ) อีกแห่งหนึ่ง สำหรับนักดำน้ำ ได้ร่วมรำลึกและไว้อาลัย เนื่องจากในเหตุการณ์ครั้งนั้น มีนักดำน้ำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้ามาท่องเที่ยวดำน้ำในประเทศไทย เสียชีวิตและหายสาบสูญ เป็นจำนวนมาก